กุหลาบแดงดอกเดียว
สอบถามราคา
ช่อดอกไม้ขึ้นเครื่องได้ไหม คำตอบสั้นคือ ถ้าบินในประเทศ โดยทั่วไปถือช่อดอกไม้สดขึ้นห้องโดยสารได้ ดอกไม้ไม่ได้อยู่ในรายการของอันตรายที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง
แต่ช่อจะถูกนับรวมกับสัมภาระถือขึ้นเครื่องหรือไม่ ขึ้นกับกติกาของแต่ละสายการบิน ส่วนน้ำที่ใส่มากับช่อเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการก่อนผ่านจุดตรวจ ถ้าบินออกนอกประเทศ เรื่องจะซับซ้อนขึ้นทันที
เพราะดอกไม้สดเป็นพืช ประเทศปลายทางหลายแห่งจึงตรวจที่ด่านกักกันพืช และบางประเทศต้องการเอกสารรับรองจากไทยก่อนออกเดินทาง
บทความนี้แยกตอบทีละสถานการณ์ ทั้งหิ้วช่อไปเซอร์ไพรส์แฟนต่างจังหวัด และเอาดอกไม้ไปฝากคนที่อยู่ต่างประเทศ ทุกข้อเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ขึ้นกับสายการบินและประเทศปลายทาง ควรตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทางเสมอ
ช่อที่เกี่ยวข้อง
ภาพตัวอย่างสไตล์ช่อบินในประเทศ ช่อดอกไม้ขึ้นเครื่องได้ไหม?
เที่ยวบินภายในประเทศของไทยโดยทั่วไปให้ถือช่อดอกไม้สดขึ้นห้องโดยสารได้ เพราะดอกไม้ไม่ได้ถูกจัดเป็นสินค้าอันตราย และการบินจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองในประเทศเดียวกันไม่ต้องผ่านด่านกักกันพืช สิ่งที่ต้องดูจริงๆ มีสองเรื่อง คือขนาดช่อเทียบกับกติกาสัมภาระของสายการบิน และน้ำที่อยู่ในช่อ

เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจะสนใจของที่ซ่อนอยู่ในช่อมากกว่าตัวดอก ช่อจึงต้องผ่านเครื่องเอกซเรย์เหมือนกระเป๋าใบอื่น ถ้ามีลวด กรรไกรเล็ก หรือของประดับโลหะที่มองไม่เห็นจากภายนอก อาจถูกขอให้แกะดู ช่อที่ห่อเรียบง่าย ไม่มีชิ้นส่วนแปลกๆ ซ่อนอยู่ จะผ่านจุดตรวจได้เร็วกว่า
ข้อที่คนมักลืมคือดอกไม้สดไม่ชอบสนามบิน แอร์ในอาคารผู้โดยสารแห้ง ช่วงเดินจากจุดตรวจไปประตูขึ้นเครื่องอาจยาว และเวลาที่ต้องรอเครื่องล่าช้าก็ทำให้ช่ออยู่นอกน้ำนานขึ้น ดอกกลีบบางอย่าง ทิวลิปที่คอดอกอ่อน จะแสดงอาการก่อนดอกกลีบหนา ถ้าเดินทางไกลหลายชั่วโมง ควรเลือกดอกที่ทนกว่า
ถ้าคนรับอยู่ในเมืองที่มีร้านดอกไม้ การสั่งร้านในพื้นที่นั้นจะได้ดอกสดกว่า ส่วนคนรับที่อยู่ในเมืองหลวง ดูพื้นที่ ส่งดอกไม้ในกรุงเทพฯ ได้
ช่อดอกไม้นับเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องหรือเปล่า?
ส่วนใหญ่นับ และนี่คือจุดที่ทำให้หลายคนเสียเงินหรือเสียอารมณ์ที่ประตูขึ้นเครื่อง สายการบินแต่ละแห่งกำหนดจำนวนชิ้นและน้ำหนักของสัมภาระถือขึ้นเครื่องต่างกัน บางแห่งระบุรายการของที่ถือเพิ่มได้ฟรีไว้ชัดเจน ซึ่งมักเป็นกระเป๋าถือใบเล็กหรือแล็ปท็อป ไม่ได้ระบุช่อดอกไม้ไว้ ช่อจึงอาจถูกนับเป็นชิ้นหนึ่ง

สายการบินต้นทุนต่ำมักเข้มงวดเรื่องน้ำหนักรวมของสัมภาระถือขึ้นเครื่องมากกว่าสายการบินเต็มรูปแบบ ถ้ามีกระเป๋าลากหนึ่งใบกับเป้อีกหนึ่งใบอยู่แล้ว การเพิ่มช่อดอกไม้เข้าไปอาจเกินจำนวนชิ้นที่อนุญาต ทางแก้ที่ง่ายคือรวมของในเป้กับกระเป๋าลากให้เหลือใบเดียว แล้วให้ช่อเป็นชิ้นที่สอง
ขนาดก็สำคัญพอกัน ช่อที่ยาวเกินขนาดช่องเก็บของเหนือศีรษะจะวางลำบาก ถ้าวางนอนในช่องเก็บของ คนอื่นอาจวางกระเป๋าทับ ถ้าถือไว้บนตัก พนักงานต้อนรับอาจขอให้เก็บช่วงขึ้นและลงจอด ช่อขนาดกะทัดรัดอย่าง ช่อกุหลาบสามดอก จึงเดินทางง่ายกว่าช่อทรงกลมใหญ่หลายเท่า
หลายคนถามว่าช่อดอกไม้ขึ้นเครื่องได้ไหมโดยไม่เสียค่าสัมภาระเพิ่ม คำตอบอยู่ที่หน้าข้อมูลสัมภาระของสายการบินที่จองไว้ ถามศูนย์บริการลูกค้าก่อนวันเดินทาง จะได้ไม่ต้องตัดสินใจเร่งรีบที่หน้าประตูขึ้นเครื่อง
น้ำในช่อ หลอดน้ำ และฟองน้ำ ติดกฎของเหลวหรือไม่?
ติดได้ น้ำที่อยู่ในถุงห่อก้าน หลอดน้ำเล็กที่ปลายก้าน หรือแจกันพกพา ถือเป็นของเหลวเหมือนน้ำดื่มขวดหนึ่ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนดให้ของเหลวที่นำขึ้นห้องโดยสารอยู่ในภาชนะไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และใส่ถุงใสปิดผนึก

เที่ยวบินระหว่างประเทศบังคับใช้เกณฑ์นี้ชัดเจน ส่วนเที่ยวบินในประเทศควรถามสายการบินหรือสนามบินก่อนว่าใช้เกณฑ์เดียวกันหรือไม่
ทางที่ไม่ต้องลุ้นคือเทน้ำออกจากช่อก่อนถึงจุดตรวจ แล้วห่อปลายก้านด้วยกระดาษทิชชูหรือสำลีชุบน้ำบิดหมาด จากนั้นหุ้มด้วยถุงพลาสติกและรัดยาง ความชื้นแบบหมาดนี้พอเลี้ยงดอกไว้ได้ระหว่างเดินทางหลายชั่วโมง โดยไม่มีน้ำไหลหรือขังเป็นของเหลวให้ถูกตั้งคำถาม
ถุงเจลหรือเม็ดเจลดูดน้ำที่บางร้านใส่ไว้ที่ก้าน ก็อาจถูกมองเป็นเจลตามกฎเดียวกัน ถ้าไม่แน่ใจ ให้เปลี่ยนเป็นวิธีห่อหมาดแทน ส่วนฟองน้ำปักดอกในกล่อง ถ้าชุ่มน้ำมากจนบีบแล้วน้ำไหล ควรปล่อยให้สะเด็ดก่อนเดินทาง กล่องดอกไม้สด ที่ปักฟองน้ำจึงต้องวางแผนเรื่องนี้มากกว่าช่อมือ
ผ่านจุดตรวจแล้ว ถ้าอยากเติมความชื้น ให้ซื้อน้ำดื่มด้านในมาพรมทิชชูที่ก้านพอหมาด อย่าเทจนแฉะ
ถือดอกไม้ขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศต้องเตรียมเอกสารอะไร?
สิ่งที่มักต้องใช้คือใบรับรองสุขอนามัยพืช หรือ phytosanitary certificate ซึ่งเป็นเอกสารที่หน่วยงานกักกันพืชของประเทศต้นทางออกให้ว่าพืชผ่านการตรวจแล้ว ในไทยผู้ออกเอกสารนี้คือ กรมวิชาการเกษตร ผ่านด่านตรวจพืช ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า

ประเทศปลายทางจะเป็นผู้บอกว่าต้องใช้ใบรับรองหรือไม่ ไม่ใช่ฝั่งไทย บางประเทศให้ผู้โดยสารสำแดงแล้วตรวจที่สนามบินปลายทางได้เลย บางประเทศต้องมีใบรับรองติดมาด้วยทุกกรณี ถ้าไม่มีจะถูกยึดและทำลาย ลำดับที่ถูกต้องจึงเป็น เช็กกฎของประเทศปลายทางก่อน แล้วค่อยติดต่อด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตรถ้ากฎปลายทางกำหนด
การขอเอกสารต้องใช้เวลา ด่านตรวจพืชต้องเห็นตัวดอกจริงก่อนออกเอกสาร และอาจมีขั้นตอนยื่นคำขอล่วงหน้า ห้ามคิดว่าจะไปขอที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องไม่กี่นาที ควรโทรสอบถามด่านตรวจพืชที่สนามบินต้นทางตั้งแต่ก่อนวันบิน ว่าผู้โดยสารรายบุคคลยื่นได้อย่างไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่ายุ่งเกินไปสำหรับดอกไม้ช่อเดียว ก็เป็นความรู้สึกที่ถูกต้อง สำหรับการเดินทางระยะสั้นไปต่างประเทศ หลายคนเลือกสั่งดอกไม้กับร้านในประเทศปลายทางแทน หรือพกแค่การ์ดที่เขียนเองไปแนบ ซึ่งความหมายไม่ได้น้อยลงเลย
ประเทศไหนเข้มงวดเรื่องดอกไม้ขึ้นเครื่องบินต่างประเทศบ้าง?
ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างประเทศที่ตรวจดอกไม้สดของผู้โดยสารจริงจัง แต่ละแห่งมีวิธีต่างกัน ตารางด้านล่างสรุปจากข้อมูลบนเว็บไซต์หน่วยงานด้านเกษตรและด่านพรมแดนของแต่ละประเทศ ณ ช่วงที่เขียนบทความ กติกาอาจเปลี่ยนได้ ควรเปิดดูหน้าเว็บของประเทศปลายทางอีกครั้งก่อนเดินทาง

ญี่ปุ่นเข้มที่สุดในสามประเทศนี้ เว็บไซต์กรมป้องกันโรคระบาดพืชของญี่ปุ่นระบุว่าพืชทุกชนิดที่ผู้โดยสารนำเข้า แม้ปริมาณเล็กน้อย ต้องผ่านเคาน์เตอร์ตรวจกักกันพืชก่อนศุลกากร และต้องยื่นใบรับรองจากประเทศต้นทาง พืชที่ไม่มีเอกสารจะถูกทำลาย และการเลี่ยงไม่ผ่านการตรวจมีโทษตามกฎหมาย
ออสเตรเลียให้สำแดงดอกไม้และใบไม้ทุกชนิดในบัตรขาเข้า แล้วเจ้าหน้าที่จะตรวจที่ด่าน ถ้าพบแมลงอาจต้องผ่านการกำจัดแมลงก่อนปล่อย โดยผู้โดยสารเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่าย เคยมีข่าวผู้โดยสารถูกปรับเพราะพกพวงมาลัยดอกมะลิโดยไม่สำแดง ส่วนสหรัฐฯ ให้สำแดงดอกไม้ทุกช่อ เจ้าหน้าที่ด้านเกษตรของด่านจะตรวจหาแมลงและโรค ดอกบางชนิดจากบางประเทศห้ามนำเข้า และดินห้ามทุกกรณี
บทเรียนร่วมของทั้งสามประเทศคือ อย่าซ่อนดอกไม้ในกระเป๋าแล้วหวังว่าจะผ่าน การสำแดงตรงๆ เสียเวลาไม่กี่นาที แต่การถูกตรวจพบโดยไม่สำแดงอาจกลายเป็นค่าปรับที่แพงกว่าค่าดอกไม้หลายเท่า
| ประเทศปลายทาง | สิ่งที่ต้องทำ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ญี่ปุ่น | ผ่านเคาน์เตอร์ตรวจกักกันพืชก่อนศุลกากร ยื่นใบรับรองสุขอนามัยพืชจากไทย | ไม่มีเอกสารจะถูกทำลาย ไม่ว่าปริมาณเท่าไร |
| ออสเตรเลีย | สำแดงดอกไม้และใบไม้ทุกชนิดในบัตรขาเข้า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ | จำกัดจำนวนชิ้นต่อคน พบแมลงต้องกำจัดก่อนปล่อย ผู้โดยสารออกค่าใช้จ่าย |
| สหรัฐอเมริกา | สำแดงดอกไม้ทุกช่อ ให้เจ้าหน้าที่ด้านเกษตรตรวจ | ดอกบางชนิดจากบางประเทศห้ามนำเข้า ดินห้ามทุกกรณี |
ห่อช่อดอกไม้แบบไหนให้รอดในห้องโดยสาร?
หลักง่ายๆ คือก้านต้องชื้นแต่ไม่มีน้ำไหล ดอกต้องมีอะไรกันกระแทก และช่อต้องถือได้ด้วยมือเดียว ห่อปลายก้านด้วยทิชชูชุบน้ำบิดหมาด หุ้มถุงพลาสติก แล้วห่อทั้งช่อด้วยกระดาษหรือพลาสติกใสอีกชั้นให้คลุมเลยหัวดอกขึ้นไปเล็กน้อย ชั้นนอกนี้ช่วยกันดอกถูกเบียดในช่องเก็บของและกันแอร์เป่าตรง

ถ้าเดินทางไกลหรือต้องต่อเครื่อง กล่องกระดาษแข็งที่ขนาดพอดีช่อช่วยได้มาก วางช่อนอนในกล่อง หนุนคอดอกด้วยกระดาษยับ แล้วเจาะรูเล็กๆ ให้อากาศถ่ายเท เวลาวางในช่องเก็บของเหนือศีรษะก็ไม่ต้องกลัวใครวางกระเป๋าทับ
เลือกดอกก็ช่วยได้ครึ่งหนึ่ง กุหลาบที่ยังแย้มไม่เต็มดอกทนกว่าดอกที่บานสุดแล้ว เพราะกลีบยังห่อแน่น ส่วนดอกที่ดื่มน้ำเยอะอย่าง ทานตะวันหน้าใหญ่ จะคอตกเร็วถ้าขาดน้ำนาน ถ้าต้องอยู่บนเครื่องหลายชั่วโมง ช่อเล็กที่ก้านไม่ยาวมาก เช่น กุหลาบดอกเดียวห่อสวย ดูแลง่ายกว่าช่อใหญ่ที่มีดอกหลายชนิด
ถึงปลายทางแล้วให้แกะห่อ ตัดก้านใหม่ แช่น้ำสะอาดทันที วิธีดูแลต่ออ่านได้ใน บทความเรื่องอายุช่อกุหลาบ
ดอกไม้ประดิษฐ์ขึ้นเครื่องง่ายกว่าดอกสดจริงหรือเปล่า?
ง่ายกว่าแทบทุกด้าน ดอกไม้ประดิษฐ์ไม่ต้องใช้น้ำ จึงไม่ติดกฎของเหลว ไม่เหี่ยวระหว่างรอเครื่อง และถ้าทำจากผ้า พลาสติก หรือโฟมล้วน ก็ไม่ใช่พืช ด่านกักกันพืชของประเทศปลายทางส่วนใหญ่จึงไม่ได้สนใจ ใส่กล่องโหลดใต้ท้องเครื่องได้ด้วยโดยไม่ต้องกังวลว่าจะช้ำจนดูไม่ได้

ข้อยกเว้นที่ต้องระวังคือช่อที่ผสมวัสดุธรรมชาติ เช่น ดอกไม้แห้ง กิ่งไม้ ลูกสน หรือหญ้าแห้งตกแต่ง วัสดุพวกนี้ยังนับเป็นผลิตภัณฑ์จากพืช ประเทศที่เข้มงวดอย่างออสเตรเลียอาจขอให้สำแดงและตรวจ ถ้าจะหิ้วไปต่างประเทศ ให้บอกร้านตั้งแต่ตอนสั่งว่าขอวัสดุสังเคราะห์ล้วน
ในมุมคนรับ ดอกประดิษฐ์ยังมีข้อดีที่เก็บได้นาน เหมาะกับคนที่อยู่ไกลและอยากวางไว้ในห้องเป็นที่ระลึก ข้อเสียคือไม่มีกลิ่นและสัมผัสต่างจากดอกจริง ถ้าคนรับให้ความสำคัญกับกลิ่นดอกไม้สด ดอกประดิษฐ์อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน
FreshyFloral ส่งช่อดอกไม้ประดิษฐ์ทั่วประเทศทางขนส่ง ส่วนดอกสดส่งเฉพาะกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี ถ้าคนรับอยู่ ฝั่งนนทบุรี หรือ แถวรังสิต ก็ไม่ต้องหิ้วขึ้นเครื่องเลย ทักไลน์ LINE @485enbkb เล่าแผนการเดินทาง แล้วค่อยเลือกด้วยกันว่าแบบไหนเหมาะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องช่อดอกไม้ขึ้นเครื่องได้ไหมมีอะไรบ้าง?
ช่อดอกไม้ขึ้นเครื่องได้ไหม ถ้าเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ?
โดยทั่วไปถือขึ้นห้องโดยสารได้ เพราะดอกไม้ไม่ใช่ของอันตรายและไม่ต้องผ่านด่านกักกันพืชภายในประเทศ แต่ช่ออาจถูกนับเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องหนึ่งชิ้น และควรเทน้ำออกก่อนผ่านจุดตรวจ ตรวจสอบกติกากับสายการบินที่จองไว้ก่อนเดินทาง
สั่งช่อดอกไม้ให้ส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ไหม?
สุวรรณภูมิตั้งอยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ส่งดอกสดของร้าน ทางที่ทำได้คือรับช่อที่บ้านหรือที่พักในกรุงเทพฯ ก่อนออกเดินทาง คิวและรอบส่งทักไลน์เช็กได้ ดูขั้นตอนที่หน้า วิธีสั่งซื้อ
ช่อดอกไม้รับปริญญาที่ได้มา หิ้วกลับบ้านต่างจังหวัดทางเครื่องบินได้ไหม?
ได้ในเที่ยวบินในประเทศ ถ้าช่อขนาดไม่ใหญ่เกินไปและสายการบินนับเป็นสัมภาระที่ยังอยู่ในโควตา ปัญหาที่เจอบ่อยคือช่อใหญ่ในงาน รับปริญญา มีหลายช่อ ลองรวมดอกที่ชอบเป็นช่อเดียว ที่เหลือทำดอกแห้งเก็บไว้
โหลดช่อดอกไม้สดใต้ท้องเครื่องแทนการถือขึ้นได้ไหม?
หลายสายการบินไม่ได้ห้าม แต่ไม่แนะนำ กระเป๋าโหลดถูกยกและวางซ้อนกันตลอดทาง ดอกสดแทบไม่รอดแบบไม่ช้ำ และไม่มีใครดูแลเรื่องน้ำหรือความร้อน ถ้าต้องโหลดจริง ดอกไม้ประดิษฐ์ใส่กล่อง เป็นทางที่สมเหตุสมผลกว่า
อยากเซอร์ไพรส์แฟนที่บินมาถึงกรุงเทพฯ ควรทำอย่างไรแทนการหิ้วช่อ?
ให้ดอกไม้รอที่ปลายทางแทน เช่นส่งไปที่บ้านหรือที่พักในกรุงเทพฯ ให้ถึงก่อนคนรับกลับมา ดอกจะสดกว่าและไม่ต้องผ่านสนามบินเลย ไอเดียการเลือกดอกสำหรับคนรักดูได้ที่หน้า ช่อดอกไม้ให้แฟน









